WELCOME TO MY BLOGGER

วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556

Week 11

August 26, 2556

Science Experiences Management For Early Childhood   EAED 3207

Time 8:30 - 12:20 am



**ไม่มีการเรี่ยนการสอน เนื่องจากอาจารย์จัดงานมุทิตาจิตผู้เกษียณอายุราชการ**





มุทิตาจิต หมายถึง ความเป็นผู้มีใจชื่นชมยินดีเมื่อเห็นผู้อื่นได้ดี หรือได้รับความสำเร็จอย่างใดอย่างหนึ่ง เป็นอาการที่เกิดขึ้นในใจเอง โดยมิได้บังคับ แต่เกิดขึ้นเฉพาะจิตใจปราศจากความอิจฉาริษยา เกิดขึ้นเพราะเป็นผู้มีปกติยอมรับในผลสำเร็จหรือความดีของคนอื่น เพราะฉะนั้นจึงเรียกเป็นคำเต็มว่า "มุทิตาจิต"

แด่...ครูผู้เกษียณ

ถึงเวลาคลาไคลวัยเกษียณ
ได้หมุนเวียนเปลี่ยนมาต้องลาพัก
แต่ใจจักอยู่ใกล้ไม่หน่ายหนี
ขอจงมีความสุขกายสุขใจ
ทั้งห่างไกลโรคภัยภยันตราย
ชีวิตภายภาคหน้าจงเจริญ
สิ่งที่ได้ล่วงเกินโปรดให้อภัย
ส่งใจถึงใจให้กันตลอดไป...


 


วันเสาร์ที่ 5 ตุลาคม พ.ศ. 2556

Week 10

August 19, 2556

Science Experiences Management For Early Childhood   EAED 3207

Time 8:30 - 12:20 am



เนื้อหาการเรียนรู้




กิจกรรม

-อาจารย์ให้แต่ละกลุ่มออกไปนำเสนอการทดลองวิทยาศาสตร์ กลุ่มละ 3 คน แต่กลุ่มดิฉันมีสองคนคือ 
ดิฉัน นางสาวกรรจิรา สึกขุนทดและนางสาวนพมาศ  วันดี การทดลองของกลุ่มดิฉัน คือ การทดลองลาวา


การทดลองลาวา




หลักวิทยาศาสตร์

เมื่อเทน้ำและน้ำมันลงในขวดนั้น น้ำและน้ำมันจะแยกชั้นกัน เมื่อใส่ผงอะมิโนลงไป ผงอะมิโนจะทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในส่วนที่เป็นชั้นของน้ัำ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะดันน้ำขึ้นมาเจอกับชั้นของน้ำมัน และสักพักหนึ่งแรงดันของน้ำก็หมดลง ทำให้น้ำไหลกลับไปอยู่ที่เดิม


การนำเสนอการทดลองลาวา


1.ครูนำอุปกรณ์การทดลองลาวาวางไว้บนโต๊ะ โดยเรียงลำดับจากซ้ายไปขวา ครูเข้าสู่กิจกรรมโดยใช้คำถาม ดังนี้ เด็กๆเห็นอะไรอยู่บนโต๊ะครูบ้าง เด็กๆเคยเห็นสิ่งของเหล่านี้ที่ไหน และเด็กๆคิดว่าจะนำสิ่งของไปทำอะไรได้บ้าง?




2.ครูเริ่มเข้าสู่การทดลอง ครูจะพาเด็กๆมาทำการทดลองนะคะ (แต่ไม่บอกเด็กว่าเป็นการทดลองอะไร) ให้เด็กคอยสังเกตด้วยตนเอง และเริ่มทำการทดลองขั้นตอนแรก เทน้ำลงไปในขวดพลาสติกใสประมาณเศษ 3 ส่วน 4 ของขวด (ครูเป็นผู้เทน้ำเองหรือขอตัวแทนเด็กออกมาเทน้ำ) และเทน้ำมันลงไปในขวด ครูถามเด็กว่าเห็นอะไรบ้างในขวด น้ำและน้ำมันมีลักษณะอย่างไร? ให้เด็กสังเกต


3.ครูชูสีผสมอาหาร ถามเด็กว่าเคยเห็นสีผสมอาหารไหม เห็นที่ไหนและสามารถนำสีผสมอาหารไปใช้ทำอะไรได้บ้าง หลังจากนั้นครูเทสีผสมอาหารลงในขวด ให้เด็กสังเกตการเปลี่ยนแปลงสีของน้ำ


4.ครูชูซองอะมิโนขึ้นมา และถามเด็กว่าใครเคยเห็นบ้างคะ แล้วครูอธิบายเพิ่มเติมว่า อะมิโนไว้ชงกับน้ำ รับประทานเพื่อลดกรดในกระเพาะอาหารเวลาที่เรารู้สึกว่ารับประทานอาหารมากเกินไปหรือมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อ


5.ครูเทผงอะมิโนลงในขวดน้ำ ให้เด็กสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นภายในขวด


6.เมื่อเทน้ำและน้ำมันลงในขวดนั้น น้ำและน้ำมันจะแยกชั้นกัน เมื่อใส่ผงอะมิโนลงไป ผงอะมิโนจะทำให้เกิดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ในส่วนที่เป็นชั้นของน้ัำ ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จะดันน้ำขึ้นมาเจอกับชั้นของน้ำมัน และสักพักหนึ่งแรงดันของน้ำก็หมดลง ทำให้น้ำไหลกลับไปอยู่ที่เดิม (เหมือนกับการเกิดลาวาของภูเขาไฟ)







การทดลองของเพื่อน


วันอาทิตย์ที่ 29 กันยายน พ.ศ. 2556

August 17, 2556

Science Experiences Management For Early Childhood   EAED 3207

Time 8:30 - 12:20 am


**เรียนชดเชย**

-อาจารย์ให้แต่ละคนนำของเล่นของตนเองออกไปนำเสนอหน้าชั้นเรียน

ดิฉันได้นำเสนอของเล่นวิทยาศาสตร์ คือ "เรือใบไม่ล่ม"






เพื่อนๆ นำเสนอของเล่นวิทยาศาสตร์





วันเสาร์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2556

Week 9

August 12, 2556

Science Experiences Management For Early Childhood   EAED 3207

Time 8:30 - 12:20 am


**ไม่มีการเรียนการสอน เนื่องจากตรงกับวันหยุดวันที่ 12 สิงหาคม 2556 เป็นวันแม่แห่งชาติ**




วันแม่แห่งชาติ





ประวัติวันแม่ 


          แต่เดิมนั้น วันแม่ของชาติได้กำหนดเอาไว้วันที่ 15 เมษายนของทุก ๆ ปี ทั้งนี้เป็นไปตามมติของคณะรัฐมนตรีประกาศรับรอง เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2493 ซึ่งได้พิจารณาเห็นว่าการจัดงานวันแม่ของสำนักวัฒนธรรมฝ่ายหญิง สภาวัฒนธรรมแห่งชาติผู้รับมอบหมายให้จัดงาน วันแม่ มาตั้งแต่วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2493 เป็นครั้งแรกเป็นต้นมานั้นได้รับความสำเร็จด้วยดี ด้วยประชาชนให้การสนับสนุน จนสามารถขยายขอบข่ายของงานให้กว้างขวางออกไป  



          มีการจัดพิธีกรรมทางพระพุทธศาสนา การประกวดคำขวัญวันแม่ การประกวดแม่ของชาติ เพื่อให้เกียรติและตระหนักในความสำคัญของแม่ และเพื่อเพิ่มความสำคัญของวันแม่ให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ด้วยเหตุนี้งานวันแม่จึงเป็นวันแม่ประจำปีของชาติตามประกาศของรัฐบาลฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม แต่โดยทั่วไปเรียกกันว่าวัน แม่ของชาติ  



          ต่อมาถึง พ.ศ. 2519 ทางราชการได้เปลี่ยนใหม่ให้ถือเอาวันเสด็จพระราชสมภพของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ คือ วันที่ 12 สิงหาคม เป็นวันแม่แห่งชาติ เริ่มในปี พ.ศ. 2519 เป็นต้นมาจนถึงปัจจุบัน

กิจกรรมต่าง ๆ ที่ควรปฏิบัติในวันแม่แห่งชาติ

          
1. ประดับธงชาติตามอาคารบ้านเรือน 

          2. จัดกิจกรรมต่าง ๆ เกี่ยวกับวันแม่ เช่น การจัดนิทรรศการ   

          3. จัดกิจกรรมเกี่ยวกับการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ ทำบุญใส่บาตรอุทิศส่วนกุศล เพื่อรำลึกถึงพระคุณของแม่ 

          4. นำพวงมาลัยดอกมะลิไปกราบขอพรจากแม่ 


Week 8

August 5, 2556

Science Experiences Management For Early Childhood   EAED 3207

Time 8:30 - 12:20 am



**ไม่มีการเรียนการสอน เนื่องจากเป็นสัปดาห์สอบกลางภาค**


Week 7

July 29, 2556

Science Experiences Management For Early Childhood   EAED 3207

Time 8:30 - 12:20 am


**ไม่มีการเรียนการสอน เพราะเป็นวันใกล้สอบกลางภาค อาจารย์จึงให้นักศึกษาอ่านหนังสือเพื่อเตรียมตัวสอบ**





ความรู้เพิ่มเติม

   ประโยชน์ของการจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กปฐมวัย
การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ให้สำหรับเด็กปฐมวัยนี้ นอกจากจะเกิดประโยชน์ต่อตัวของเด็กแล้วยังเกิดประโยชน์ต่อตัวครูอีกด้วย
        1.  ประโยชน์ต่อตัวเด็ก
ตัวครูผู้จัดมีความเข้าใจเกี่ยวกับความหมาย วัตถุประสงค์ การวางแผนการกิจกรรมตลอดจนวิธีการจัดกิจกรรมอย่างถูกต้องดีแล้ว ก็จะทำให้การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์นี้มีประโยชน์ต่อตัวเด็กหลายประการ  เช่น 
1.1ช่วยสร้างความพร้อมในการเรียนอ่านและเขียนให้แก่เด็ก ทั้งนี้เพราะว่ากิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ฝึกให้เด็กเป็นคนช่างสังเกต ดังนั้นเด็กจะเรียนรู้ถึงความแตกต่างของตัวอักษรได้ดี การที่เด็กสามารถจำแนกความแตกต่างของตัวอักษรได้ เด็กก็จะเรียนภาษาได้เร็วขึ้น
1.2 ช่วยให้เด็กประสบความสำเร็จกับในการเรียน การจัดประสบการณ์ทางวิทยาสตร์แบบไม่เป็นทางการได้เปิดโอกาสให้เด็กเลือกทำกิจกรรมตามที่ตนเองถนัด การที่เด็กได้เลือกทำกิจกรรมในสิ่งที่ตนเองสนใจ และมีความสามารถ เขาก็จะประสบกับความสำเร็จ ซึ่งจะช่วยทำให้เด็กมีเจตคติที่ดีต่อตนเอง และต่อการเรียน
1.3        ช่วยพัฒนาทักษะในการศึกษาหาความรู้อย่างมีระบบ  การทำกิจกรรมวิทยาศาสตร์  เด็กจะต้องเรียนรู้กระบวนการในการค้นหาข้อมูลอย่างมีระบบ เมื่อเด็กเป็นคนที่คิดอย่างมีระบบ
1.4ช่วยเสริมสร้างประสบการณ์ของเด็กให้กว้างขวางขึ้น เด็กที่มีประสบการณ์ในทางวิทยาศาสตร์มามาก จะช่วยทำให้เขาได้เกิดมโนมติต่าง ๆ ทางวิทยาศาสตร์มากขึ้น
1.5 ช่วยสนองตอบต่อความต้องการของเด็กเป็นรายบุคคล การจัดประสบการณ์ทางวิทยาศาสตร์ได้เปิดโอกาสให้เด็กมีอิสระในการแสดงออก ในการใช้ความคิดหาเหตุผลในการเลือกเข้าร่วมกิจกรรม ในการที่เปิดโอกาสเช่นนี้ทำให้เด็กพึงพอใจ นับว่าเป็นการตอบสนองตอบต่อความต้องการของเด็กได้มาก
1.6        ช่วยพัฒนาทักษะทางด้านการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย ในการทำกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ เด็กจะต้องใช้ส่วนต่าง ๆ ของร่างกายเคลื่อนไหวอยู่เสมอ เช่น การให้เด็กปลูกต้นไม้ เด็กต้องใช้กล้ามเนื้อจับต้นไม้ ขุดดิน รดน้ำต้นไม้ อีกทั้งยังต้องเคลื่อนที่เดินไปมาอยู่มาก ดังนั้นถ้าเด็กได้ทำกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์อยู่เสมอ   ก็จะช่วยทำให้พัฒนาทักษะการเคลื่อนไหวส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
       2.  ประโยชน์ต่อตัวครู
            ครูส่วนมากมักจะคิดไปว่าเด็กที่คุยเก่งเป็นเด็กที่ฉลาด ซึ่งความคิดนี้อาจไม่ถูกต้องเสมอไป เด็กบางคนที่ฉลาดแต่ไม่ชอบพูดคุยก็มีจำนวนมาก  การที่ครูจัดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์นี้ ครูสามารถจะมองเห็นได้ว่าเด็กที่นั่งเงียบ แต่มีความสามารถในการทำกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ได้เป็นอย่างดีนั้น  มีมาก ทั้งนี้เพราะว่าเด็กประเภทนี้ชอบคิดและลงมือปฏิบัติตามลำพังของเขาเอง   ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่า
การจัดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์นี้ช่วยให้ครูได้ค้นพบความสามารถของเด็กแต่ละคนได้ดีขึ้น ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยทำให้ครูสามารถจัดเตรียมประสบการณ์ต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับความแตกต่างระหว่างบุคคลของเด็กได้ นับว่าเป็นการช่วยทำให้การทำงานของครูมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
            นอกจากนี้การจัดกิจกรรมทางวิทยาศาสตร์ยังเป็นการช่วยสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างครูและนักเรียนได้มากขึ้นด้วย


July 28, 2556

Science Experiences Management For Early Childhood   EAED 3207

Time 8:30 - 12:20 am



**เรียนชดเชย**

กิจกรรม

-อาจารย์ให้เข้าอบรมการประดิษฐ์สื่อการสอนสำหรับเด็กปฐมวัย

วิทยากรบรรยายการทำสื่อ


นำเสนอผลงาน


ผลงานของกลุ่มดิฉัน